แผ่นดินไหว: วิธีปฏิบัติตัวถูกต้องในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เผชิญกับภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตก ซึ่งมีรอยเลื่อนมีพลังพาดผ่าน ทำให้เราต้องเตรียมพร้อมและเรียนรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้อย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน

อันตรายจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย

แม้แผ่นดินไหวในประเทศไทยส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงเท่าประเทศที่ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ แต่ก็ยังคงสร้างความเสียหายและตื่นตระหนกให้กับประชาชนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารเก่าที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อต้านทานแรงสั่นสะเทือน หรืออาคารที่ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน การศึกษาวิธีปฏิบัติตัวขณะเกิดแผ่นดินไหวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรทราบเพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนรอบข้าง

วิธีปฏิบัติตัวขณะเกิดแผ่นดินไหว: คำแนะนำล่าสุด

เมื่อเกิดแผ่นดินไหว สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและปฏิบัติตามหลัก “หมอบ ปิด ยึด” (Drop, Cover, Hold On) ซึ่งเป็นคำแนะนำสากลที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บได้ effectively

  • หมอบ (Drop): ทิ้งตัวลงบนพื้นทันทีที่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน เพื่อป้องกันการล้มและการบาดเจ็บจากสิ่งของที่ตกใส่
  • ปิด (Cover): คลานไปหลบใต้โต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรง สามารถปกป้องคุณจากเศษกระจกหรือสิ่งของอื่น ๆ ที่ร่วงหล่นได้
  • ยึด (Hold On): เกาะยึดกับขาโต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์นั้นไว้ให้แน่นจนกว่าแรงสั่นสะเทือนจะหยุดลง หากไม่มีที่กำบัง ให้หมอบลงกับพื้น คลุมศีรษะและลำคอด้วยแขนของคุณและห่างจากหน้าต่าง ประตู หรือผนังด้านนอก

หากอยู่ในอาคารสูงหรือคอนโดมิเนียม

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า หากอาศัยอยู่ในอาคารสูงหรือคอนโดมิเนียม ให้ปฏิบัติตามหลัก “หมอบ ปิด ยึด” เช่นกัน และหลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์หลังเกิดแผ่นดินไหว ควรใช้บันไดหนีไฟแทนเมื่อสถานการณ์ปลอดภัยแล้ว

หากอยู่นอกอาคาร

ให้ออกห่างจากอาคารสูง เสาไฟฟ้า ป้ายโฆษณา และต้นไม้ใหญ่ พยายามหาสถานที่โล่งกว้างเพื่อหลบภัย และระมัดระวังการเดินบนพื้นถนนที่มีรอยแตกร้าว

หากอยู่ในรถยนต์

ให้จอดรถในบริเวณที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน และอยู่ในรถจนกว่าแรงสั่นสะเทือนจะสงบลง หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้สะพาน อุโมงค์ หรือใกล้หน้าผา

การเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหว: เพิ่มความมั่นใจในการรับมือ

การเตรียมพร้อมล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความเสียหายจากแผ่นดินไหว ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ได้ย้ำถึงการตรวจสอบสภาพอาคารเพื่อต้านทานแผ่นดินไหว โดยเฉพาะอาคารเก่าที่ก่อสร้างก่อนมีกฎหมายควบคุมอาคารต้านแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ยังมีแนวทางปฏิบัติอื่น ๆ ที่ควรทราบ:

  • วางแผนฉุกเฉิน: กำหนดจุดนัดพบกับครอบครัวหากเกิดเหตุฉุกเฉิน และซักซ้อมแผนการอพยพเป็นประจำ
  • เตรียมถุงยังชีพ: จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย วิทยุ หนังสือเดินทาง และยาประจำตัว ให้พร้อมใช้งานเสมอ
  • ยึดสิ่งของให้มั่นคง: ตรึงตู้ ชั้นวางของ และเครื่องเรือนขนาดใหญ่เข้ากับผนัง เพื่อป้องกันการล้มทับ
  • ตรวจสอบโครงสร้างอาคาร: หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว ควรปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารตามมาตรฐานการต้านแผ่นดินไหว
  • เรียนรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น: การมีความรู้ด้านการปฐมพยาบาลสามารถช่วยชีวิตผู้อื่นและตนเองได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

หลังเกิดแผ่นดินไหว: สิ่งที่ควรทำ

  • ตรวจสอบผู้บาดเจ็บ: ให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและโทรแจ้งหน่วยกู้ภัยหากจำเป็น
  • ปิดวาล์วแก๊สและระบบไฟฟ้า: เพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้และไฟฟ้าลัดวงจร
  • ใช้วิทยุสื่อสาร: ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากทางการ ใช้โทรศัพท์เท่าที่จำเป็นเพื่อไม่ให้ระบบสื่อสารล่ม
  • ระวังอาฟเตอร์ช็อก: แผ่นดินไหวขนาดเล็กที่เกิดขึ้นตามมาหลังแผ่นดินไหวหลัก อาจสร้างความเสียหายเพิ่มเติมได้
  • ตรวจสอบความเสียหายของอาคาร: ก่อนกลับเข้าอาคาร ให้ตรวจสอบโครงสร้างอาคารอย่างละเอียด หากมีรอยร้าวหรือความเสียหายที่เห็นได้ชัด ห้ามเข้าเด็ดขาดและแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

สรุป

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่คาดการณ์ได้ยาก แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและความเสียหายได้ด้วยการเตรียมพร้อมที่เหมาะสม การเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวขณะเกิดแผ่นดินไหวตามหลัก “หมอบ ปิด ยึด” และการเตรียมความพร้อมด้านอื่น ๆ จะช่วยให้เราและคนที่เรารักปลอดภัยจากสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ