ปภ.เตือน 24 จังหวัด ระวังพายุ-น้ำป่า 8-10 พ.ค. เฝ้าระวัง 24 ชม.

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกประกาศเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2568 ให้เฝ้าระวังพายุฝนฟ้าคะนองและน้ำป่าไหลหลากใน 24 จังหวัด โดยตั้งศูนย์เฝ้าระวังและปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมตอบสนองเหตุฉุกเฉินระหว่างวันที่ 8-10 พ.ค. 2568

แถลงการณ์ที่ประกาศจากศูนย์ปฏิบัติการกลาง กรม ปภ. เขตดุสิต ระบุว่า อธิบดี ปภ. คุณบุญธรรม เลิศสุขีเกษม เป็นผู้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการติดตามสภาพอากาศและการแจ้งเตือนต่อจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง โดยระบุชัดเจนว่า “ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่ม และตามแนวลำห้วย ให้เฝ้าระวัง และย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงเมื่อได้รับคำสั่งจากหน่วยงานท้องถิ่น”

จังหวัดที่ถูกประกาศเฝ้าระวังทั้ง 24 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน, พะเยา, น่าน, แพร่, แม่ฮ่องสอน, ตาก, สุโขทัย, พิษณุโลก, พิจิตร, นครสวรรค์, อุทัยธานี, กำแพงเพชร, นครราชสีมา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา และปัตตานี

มาตรการที่ ปภ. กำชับได้แก่ การตั้งศูนย์เฝ้าระวังและศูนย์ช่วยเหลือในระดับจังหวัดและอำเภอ 24 ชั่วโมง, เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาสมัคร, จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ช่วยเหลือและชุดยังชีพ, เคลียร์ทางระบายน้ำและแหล่งน้ำที่อุดตัน, รวมทั้งประสานข้อมูลกับกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อออกประกาศเตือนล่วงหน้า

ด้านการประสานงาน ปภ. ระบุว่าจะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแผนป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติ (National Disaster Prevention Plan) เพื่อกำหนดแนวทางการอพยพในกรณีฉุกเฉิน และร่วมกับหน่วยงานด้านการบริหารจัดการผังเมืองและการควบคุมอาคาร เพื่อย้ำถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารต้านแผ่นดินไหวในพื้นที่เสี่ยง ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของประชาชนทั้งในระยะสั้นและการฟื้นฟูระยะยาว

สำหรับบทบาทของ ปภ. ในการจัดการภัยพิบัติแผ่นดินไหว บทแถลงระบุว่า ปภ. มีหน้าที่ในการเตรียมความพร้อมและประสานการช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ รวมถึงการประเมินความเสียหายร่วมกับหน่วยงานวิชาการ การจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ และการประสานการฟื้นฟูชุมชน โดยจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันมาตรการเชิงป้องกัน เช่น การส่งเสริมมาตรฐานอาคารและการอบรมการรับมือให้กับท้องถิ่น

ปภ. ยังได้แจ้งหมายเลขสายด่วนให้ประชาชนเฝ้าติดตามข่าวสารและขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วน ปภ. 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่ถูกน้ำท่วม และเคลื่อนย้ายทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูงเมื่อมีสัญญาณเตือน

เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้รับคำสั่งให้รายงานสถานการณ์เป็นระยะ ๆ และเตรียมจุดพักพิงชั่วคราวที่มีความปลอดภัย พร้อมอุปกรณ์เวชภัณฑ์และน้ำดื่มสำรองไว้สำหรับผู้ประสบภัย ขณะเดียวกัน ปภ. จะเร่งรัดการตรวจสอบแนวทางปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้การแจ้งเตือนและการอพยพเป็นไปอย่างเป็นระบบและปลอดภัย

แถลงสุดท้ายย้ำว่า ประชาชนควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือเท่านั้น หากพบเหตุฉุกเฉินสามารถติดต่อศูนย์ปฏิบัติการ ปภ. ประจำจังหวัดหรือสายด่วน 1784 เพื่อรับการช่วยเหลือทันที