เคยไหมครับ? ที่คุณนั่งทำงานอยู่ดีๆ แล้วรู้สึกเหมือนโต๊ะสั่น หรือแก้วน้ำบนโต๊ะขยับเองได้? นั่นอาจจะเป็นสัญญาณเล็กๆ ของ “แผ่นดินไหว” ก็ได้นะครับ แต่จริงๆ แล้ว ความรู้เรื่องแผ่นดินไหว มีอะไรมากกว่านั้นเยอะเลย วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า แผ่นดินไหวคืออะไร? ทำไมมันถึงเกิดขึ้น? และเราจะวัดความรุนแรงของมันได้อย่างไร? เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาเรียนรู้เรื่อง ความรู้เรื่องแผ่นดินไหว ไปด้วยกันเลย
1. แผ่นดินไหวคืออะไร? (What is an Earthquake?)
ง่ายๆ เลยครับ แผ่นดินไหวก็คือ การสั่นสะเทือนของพื้นดิน ที่เกิดขึ้นจากการปลดปล่อยพลังงานที่สะสมไว้ภายในโลกออกมาอย่างรวดเร็ว เหมือนเวลาที่เราง้างหนังสติ๊กจนสุดแล้วปล่อย มันก็จะดีดลูกแก้วออกไปอย่างแรงใช่ไหมครับ? คล้ายๆ กันเลยครับ พลังงานที่สะสมไว้ในโลกก็ปลดปล่อยออกมาในรูปของคลื่นที่แผ่กระจายไปทั่วทุกทิศทาง ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างที่เราสัมผัสได้
2. สาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหว (Causes of Earthquakes): เปลือกโลกที่ไม่หยุดนิ่ง
สาเหตุหลักๆ ของการเกิดแผ่นดินไหวมาจาก “การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก” โลกของเราไม่ได้เป็นทรงกลมที่ผิวเรียบเนียนนะครับ แต่เปลือกโลกของเราประกอบไปด้วยแผ่นดินขนาดใหญ่หลายแผ่นที่เรียกว่า “แผ่นเปลือกโลก” ซึ่งแผ่นเหล่านี้ไม่ได้อยู่นิ่งๆ นะครับ แต่มันเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา
การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก: แผ่นเปลือกโลกจะเคลื่อนที่ชนกัน แยกออกจากกัน หรือเคลื่อนที่เฉือนกัน เมื่อแผ่นเปลือกโลกเหล่านี้เคลื่อนที่ ก็จะเกิดแรงเสียดทานมหาศาล เมื่อแรงเสียดทานนี้สะสมจนเกินขีดจำกัด ก็จะเกิดการปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของแผ่นดินไหว
รอยเลื่อน (Fault Lines): จุดอ่อนที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหว: รอยเลื่อนคือรอยแตกบนเปลือกโลก ซึ่งเป็นบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่ผ่านกัน รอยเลื่อนจึงเป็นบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวมากที่สุด เพราะเป็นจุดที่เกิดการสะสมและปลดปล่อยพลังงานได้ง่าย
สาเหตุอื่นๆ: นอกจากนี้ การเกิดแผ่นดินไหวอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้อีก เช่น การระเบิดของภูเขาไฟ การทรุดตัวของแผ่นดิน หรือแม้แต่การทำเหมืองแร่ขนาดใหญ่
3. ขนาดและความรุนแรงของแผ่นดินไหว (Magnitude and Intensity): มาตรวัดที่ต้องรู้
เมื่อเกิดแผ่นดินไหว เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันรุนแรงแค่ไหน? นักวิทยาศาสตร์ใช้มาตรวัด 2 แบบหลักๆ ในการวัดขนาดและความรุนแรงของแผ่นดินไหวครับ:
มาตราริกเตอร์ (Richter Scale): วัดขนาดของแผ่นดินไหว: มาตราริกเตอร์เป็นมาตรวัดที่ใช้วัดขนาดของแผ่นดินไหว โดยคำนวณจากความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวที่บันทึกได้จากเครื่องวัดแผ่นดินไหว แต่ละระดับบนมาตราริกเตอร์จะแตกต่างกัน 10 เท่า หมายความว่าแผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ จะรุนแรงกว่าแผ่นดินไหวขนาด 5 ริกเตอร์ถึง 10 เท่า
มาตราเมร์กัลลี (Modified Mercalli Intensity Scale): วัดความรุนแรงจากผลกระทบ: มาตราเมร์กัลลีเป็นมาตรวัดที่ใช้วัดความรุนแรงของแผ่นดินไหว โดยพิจารณาจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง เช่น ความรู้สึกของผู้คน ความเสียหายของอาคารบ้านเรือน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม มาตราเมร์กัลลีมีระดับความรุนแรงตั้งแต่ I (ไม่รู้สึก) ไปจนถึง XII (เสียหายอย่างรุนแรง)
ตารางเปรียบเทียบขนาดริกเตอร์และความรุนแรงของแผ่นดินไหว (คร่าวๆ):
| ริกเตอร์ | ความรุนแรง (โดยประมาณ) | ผลกระทบ (โดยประมาณ) |
| 1-3 | เล็กน้อยมาก | มักจะไม่รู้สึก |
| 3-4 | เล็กน้อย | อาจรู้สึกได้ |
| 4-5 | ปานกลาง | อาจทำให้สิ่งของเล็กๆ น้อยๆ เคลื่อนที่ |
| 5-6 | ค่อนข้างรุนแรง | อาจทำให้เกิดความเสียหายเล็กน้อยกับอาคาร |
| 6-7 | รุนแรง | อาจทำให้เกิดความเสียหายกับอาคารที่ไม่แข็งแรง |
| 7-8 | รุนแรงมาก | อาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงกับอาคาร |
| 8+ | รุนแรงที่สุด | สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล |
4. ทำไมเราต้องรู้เรื่องแผ่นดินไหว?
ความรู้เรื่องแผ่นดินไหว ไม่ได้มีไว้แค่สอบเท่านั้นนะครับ แต่เป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนควรรู้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ การเรียนรู้เกี่ยวกับสาเหตุ การวัดความรุนแรง และวิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหว จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้นะครับ
สรุป:
แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของพื้นดิน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุ ขนาด และความรุนแรงของแผ่นดินไหว เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้
อย่ารอช้า กดติดตามเพจของเราเพื่อรับ ความรู้เรื่องแผ่นดินไหว และเคล็ดลับการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทุกวันนะครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ และคนในครอบครัวของคุณด้วยนะครับ เพื่อให้ทุกคนมีความรู้และเตรียมพร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวไปด้วยกัน
